iTopPlus603225885829

ปัจจุบันสภาวะโลกร้อนเป็นคำที่กล่าวถึงมากที่สุด หากเกิดความแปรปรวนของอากาศ เช่นฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ฝนตกมากกว่าปกติ อากาศร้อนจัด ความแห้งแล้งยาวนาน ต่างก็กล่าวอ้างว่าเกิดเนื่องจากสภาวะโลกร้อนทั้งสิ้น 
   
iTopPlus611525402729

สภาวะโลกร้อนคืออะไร 
ปัจจัยที่ทำให้ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง มีทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกได้แก่ พลังงานจากดวงอาทิตย์ และวงโคจรของโลก ปัจจัยภายในได้แก่ การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของก๊าซใน บรรยากาศ การเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลก ซึ่งพอสรุปรวมได้ดังนี้  
        
  • พลังงานจากดวงอาทิตย์
  • วงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
  • องค์ประกอบของบรรยากาศ
  • อัลบีโด หรือความสามารถในการสะท้อนแสงของบรรยากาศและพื้นผิวโลก
  • น้ำในมหาสมุทร
  • แผ่นน้ำแข็งขั้วโลก
  • การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก
iTopPlus300297677467

ทุกปัจจัยที่กล่าวมามีผลกระทบต่อบรรยากาศโลกโดยตรง และมีผลกระทบต่อกันและกัน ซึ่งยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาพรวม ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเพราะการ เปลี่ยนแปลงของก๊าซในบรรยากาศ สาเหตุใหญ่มาจากมนุษย์เป็นผู้กระทำ และเชื่อกันว่า อุณหภูมิของโลกที่ สูงขึ้นเป็นผลเนื่องมาจากปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจาก การสะสมของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ในชั้นบรรยากาศมากกว่าปกติ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของ ก๊าชเรือนกระจกจะทำให้บรรยากาศโลกกักเก็บพลังงานความร้อนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสมดุลของพลังงาน เปลี่ยนแปลงไปและจะมีผลกระทบต่อเนื่องนานัปการ
     
ก๊าซเรือนกระจกในธรรมชาติ ประกอบด้วย ไอน้ำ (H2O) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โอโซน (O3) มีเทน (CH4) และไนตรัสออกไซด์ (N2O) ก๊าซเหล่านี้ตามธรรมชาติมีปริมาณรวมกันไม่ถึงร้อยละ 1 ของ บรรยากาศ ซึ่งทำให้โลกมีความอบอุ่นอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม 

   
 
ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญๆ
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นก๊าซที่อยู่รอบตัวเรา เกิดขึ้นในบรรยากาศตามธรรมชาติ และ เกิดจากการหายใจของพืชและสัตว์ นอกจากนี้เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ได้แก่การเผาไหม้เชื้อเพลิง การ ขับเคลื่อนรถยนต์ และเครื่องจักรกลที่ใช้ในการเกษตรสมัยใหม่
     
ก๊าซมีเทน ที่เกิดจากธรรมชาติเกิดขึ้นได้ในลักษณะต่างๆ เช่น วัว ควายกินหญ้าและพืชต่างๆ เข้าไปจะถูกจุลินทรีย์ ย่อยสลายในระบบการย่อยอาหาร ทำให้เกิดก๊าซมีเทนเป็น จำนวน มาก นอกจากนี้ก๊าซมีเทนยังเกิดจากจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในดินที่มีน้ำขัง โดยจุลินทรีย์เหล่านี้จะย่อยสลายสาร อินทรีย์ที่เกิดจากการทับถมกัน สำหรับก๊าซมีเทน ที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ จะพบว่าเมื่อมนุษย์ทิ้งขยะ เป็นปริมาณมากหรือมีการเผาป่าดิบและทุ่งหญ้าจะทำให้เกิดก๊าซมีเทนขึ้น 

   
iTopPlus1022192162119

ก๊าซไนตรัสออกไซด์ เป็นก๊าซที่เกิดจากแหล่งต่างๆ หลายแหล่งได้แก่ การเผาไหม้ของแร่ เชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ่านหิน ไอเสียรถยนต์ ปุ๋ยไนโตรเจนเมื่อลงดินจะสลายตัว แล้วจะปล่อยก๊าซ ไนตรัสออกไซด์ออกมา
     
คลอโรฟลูออโรคาร์บอน เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นำมาใช้อย่างแพร่หลายในรูปสารเคมีอุตสาหกรรม สารเคมีเหล่านี้บางชนิดใช้ทำความสะอาดชิ้นส่วนวงจรคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ บางชนิดใช้เป็นสารที่ทำให้เกิดการขับดันในกระป๋องสเปรย์ บางชนิดใช้เป็น ส่วนประกอบสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์โฟม พลาสติกทุกชนิด

     
สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอนยังทำให้เกิดความเย็นในเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นอีกด้วย เมื่อสารนี้ถูกปล่อยออก จะค่อยๆลอยขึ้นสู่บรรยากาศ และคงอยู่ในชั้นโทรโพสเฟียร์ และไม่เปลี่ยนสภาพเป็นอย่างอื่น ในที่สุด สารเคมีสังเคราะห์เหล่านี้จะเคลื่อนไปถึงชั้นสตราโทสเฟียร์ ในชั้นนี้รังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์จะทำให้โมเลกุลของสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอนแตกตัว อะตอมของคลอรีนจึงถูกปล่อยออกมา และไปรวมตัวกับโมเลกุลของโอโซนในชั้นสตราโทสเฟียร์ ทำให้โมเลกุลของโอโซนถูกทำลาย

     
ปัจจุบันพบว่าชั้นโอโซนบางลงเรื่อยๆ ทั้งในบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ถ้าปราศจากก๊าซโอโซนในบรรยากาศชั้นสตราโสเฟียร์ รังสีอัลตราไวโอเลตจะสามารถผ่านลงมาถึงพื้นผิวโลกได้ในปริมาณ มาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและระบบธรรมชาติบนโลก การที่โอโซนใน บรรยากาศของโลกถูกทำลาย เกิดช่องโหว่มากขึ้น ทำให้รังสีอัลตราไวโอเลตสามารถผ่านมาสู่ผิวโลกได้มาก ซึ่งมีผลทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกิดเป็นภาวะโลกร้อนขึ้น

   
 
เราจะหยุดสภาวะโลกร้อนได้หรือไม่
เป็นที่ทราบกันดีและเป็นที่ยอมรับกันว่า สภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นสาเหตุใหญ่ คือ มนุษย์ ซึ่งเป็นผู้เพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกมากจนเกินไป หากเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โลกจะกลับมาสู่สภาวะที่สมดุลได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นส่วนที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ มนุษย์ก็สามารถแก้ปัญหานั้นได้ ถึงแม้ว่าการที่โลกจะกลับมาสูสภาวะสมดุลได้จะต้องใช้เวลานานก็ตาม แต่เราก็สามารถบรรเทาผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้มีความรุนแรงลดน้อยลงได้
     
เพื่อไม่ให้ประชากรโลกรวมทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ จึงควรให้ความร่วมมือในการรักษาสมดุลทางธรรมชาติให้คงอยู่ตราบนานเท่านานตามมาตรการ ดังนี้
iTopPlus319846793637

  • ร่วมกันใช้ก๊าซธรรมชาติแทนถ่านหินและน้ำมันในกระบวนการผลิตและการขนส่ง ต่างๆ เพื่อลดปริมาณการปล่อยออกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลง
  • ใช้พลังงานทดแทน เช่น จากแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล (สารอินทรีย์ที่ได้จากพืชและสัตว์)
  • รักษาป่าที่มีอยู่ให้คงอยู่ต่อไป ฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรม ปลูกป่าเพิ่มเติม
  • ศึกษาและปรับปรุงวิธีการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับชนิดของพืช
  • ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและครัวเรือน
  • เพิ่มประสิทธิภาพในด้านการคมนาคม ซึ่งอาจทำได้โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทดแทนเชื้อเพลิง หรือปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ เป็นต้น
  • การผลิตน้ำมันไบโอดีเซลเพื่อใช้เป็นพลังงาน เป็นวิธีที่มีศักยภาพมากที่สุดโดยแหล่งของพลังงานทดแทนที่มีอยู่ในประเทศไทย คือวัตถุดิบจากการเกษตร ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน และสบู่ดำ
  • ช่วยกันบอกต่อ เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้น 
iTopPlus1155052881564

การดำเนินงานตามโครงการแนวพระราชดำริหลาย ๆ โครงการสามารถลดวิกฤติภาวะโ
ลกร้อนได้ เช่น ส่งเสริมการเกษตร ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกหญ้าแฝก ลดการพังทลายของดิน การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ ป้องกันการลักลอกตัดไม้ทำลายป่า ป่าชายเลน การใช้พลังงานทดแทน เช่น ไบโอดีเซล เป็นต้น